แมนยูและลิเวอร์พูลเสีย 2 คะแนน

ผลเสมอ 1-1 จากโรงละครทำให้ปีนี้แดงเดือดแบ่งแต้มกันสองนัดหมายเหย้ารวมทั้งเยี่ยมทีแรกตั้งแต่เมื่อปี 1988 เป็นต้นมา ปกติไม่ค่อยเสมอไปกลับ จะต้องมีแพ้ชนะกันสักเกมหนึ่ง
เว้นแต่ตัวเลขนี้…นักสถิติแดงเดือดยืนยันว่า เจมส์? มิลเนอร์ รักษาสถิติหากเขายิงได้ทีจะไม่แพ้ไปอีก 46 นัดหมาย (ชนะ37)เช่นเดียวกันกับการลงเล่นของ ไมเคิล คาร์ริคFun88ในปีนี้ยืดเป็น 17 นัดหมายแล้วที่แมนฯยูไนเต็ด ไม่แพ้คนไหนกัน
ที่นับว่าโชคดีของชาวหงส์เป็นประตู 250 สถิติใหม่ของ เวย์น รูนีย์ ไม่เกิดขึ้นในแดงเดือด ไม่งั้นโดนจำไปชั่วชีวิต
ก่อนเกมนี้แนวทาง, กระแส ความสนใจ รวมทั้งการฟันธง โน้มเอียงไปฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยชัยชนะ 7 นัดหมายรวดในลีก รวมทั้งอีกสองในบอลถ้วยรวมเป็น 9 นัดหมายสม่ำเสมอ แถมแพ้ครั้งปัจจุบันเมื่อไหร่กับคนไหนกันเรายังนึกไม่ออก
โชเซ มูรินโญ ปรับทีมของเขาได้ดีขึ้นขณะที่ผ่านไป ทีมของเขาไม่แพ้คนไหนกัน 16 นัดหมายตั้งแต่เมื่อแพ้เฟเนห์บาเช ในยูโรปา ลีก แต่ว่าสำหรับบอลพรีเมียร์ลีกแพ้ครั้งปัจจุบันเป็นเชลซี "ผู้นำฝูง" นั่นยิ่งทำให้มองภาพแจ่มกระจ่างเลยว่า พวกเขาแพ้ยาก พลาดยาก
เสียแค่….โดนแบ่งแต้ม เลยเปลี่ยนเป็นหายสองแต้มจากการเสมอ อันนี้เป็นอะไรที่ มูรินโญ ควรต้องเร่งปรับปรุงโดยเร็ว
ไม่งั้นเป้าหมายอย่างพื้นที่ชปล. หายไป โดยเฉพาะภายหลังแมนฯสิตี้ เสียท่าโดนเอฟเวอร์ตันถล่มเละเทะ 4-0 ทำให้พวกเขาหล่นมาเป็นทีมอันดับห้าในตารางคะแนนนำแมนฯยูฯ 2 แต้ม
ช่วงนี้สื่ออังกฤษคาดการณ์ ฟันธงว่า สองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ทุ่มเงินซื้อทั้งนักเตะรวมทั้งจ่ายค่าจ้างโค้ช ได้โอกาสแย่งอันดับ 5 กัน เหมาะสมที่สุดของสองทีมนี้เป็นไปชปล. ไม่ใช่ลุ้นแชมป์ กระทั่งจะมีการแก้ไขผลงาน
แฟนผีเองก็ท้อเช่นกันในชัยชนะ 6 นัดหมายรวดของพวกเขาแต่ยังย่ำอยู่ที่ 6 อย่างเดิม ต่อให้เกมปัจจุบันหากชนะลิเวอร์พูลได้ บางทีอาจมีหวังไกลกว่านี้แต่ว่าก็ยังอยู่ตำแหน่งที่ 6 จนเสมือนชัยชนะรวดก่อนหน้านี้ไม่มีค่าอะไร
เรื่องจริงมันก็มีค่า…แต่ว่าเป็นเนื่องจากต้นซีซั่นทำแต้มหกตกไปเยอะ ทำให้ 18 คะแนนในการชนะรวดมันก็เลยยังคงที่ อันดับคงที่แต่ว่าหากมองมุมบวก "ช่องว่าง" น้อยลงไปเยอะ จะว่าไปพวกเขาห่างจากเชลซี 12 คะแนน
เป็นทีมเดียวที่ทิ้งห่างจนแทบจะหมดโอกาสไล่…แต่ว่าอันดับ 2 นั้นยังมีหวังนะครับ
พวกเขาห่างสเปอร์ส, หงส์ 5 แต้ม ผมว่าไล่ง่ายดายเสียยิ่งกว่า รวมทั้งคิดไปทีละลำดับเป็นช่วงนี้ไล่สองทีมนี้ให้ใกล้รวมทั้งหาช่องทางแซง มันยังมีเวลาอีก 17 นัดหมาย ผมมั่นใจว่า "ปีศาจแดง" มีโอกาสอย่างมากกว่าอันดับ 4 อย่างที่สื่ออังกฤษมองรวมทั้งฟันธงกัน ผมยังไม่ตัดชื่อทั้งแมนฯยูฯ รวมทั้งแมนฯสิตี้ทิ้ง
ช่วงนี้เป้าหมายสองทีมนี้เป็นลดช่องว่างกับกลุ่มลุ้นแชมป์ลงก่อน จากนั้นค่อยรอดูว่าสถานการณ์รวมทั้งฟอร์มของพวกเขาจะไปถึงไหนเมื่อสิ้นสุดมี.ค. ผมว่าสื่ออังกฤษใจร้อน แต่ว่าเข้าใจมุมมองที่มากประสบการณ์ของพวกเขาที่ติดตามฟุตบอลมาเป็น 30-40 ปีตลอดชาติ
ก็แค่…ผมแค่ไม่มั่นใจว่าเราจะไปกาชื่อสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ออกจากกลุ่มหัวหน้า ขอรอดูอีกสักระยะ เนื่องจากช่วงสองเดือนจากนี้เป็นช่วงทำแต้ม เร่งเครื่องไงนะครับ มันเป็นช่วงที่น่าสนใจอย่างมากต่อเป้าหมายของพวกเขา
นั่นเป็นอนาคต…แต่ว่าอดีตกาลที่พึ่งจบลงไปหมาดๆกับศึกแดงเดือดที่หลายๆคนกล่าวขวัญว่าสนุกสนาน ตื่นเต้น ตื่นเต้น ไม่รู้เรื่องคนไหนกันชนะหรือแพ้ ต่อให้ 10 นาทีท้ายที่สุดขณะที่หงส์แดงนำ 1-0 ซึ่งผมเห็นว่า เจอร คลอปป์ ไม่เซอร์ไพรส์ มูรินโญ เลย
การถอนตั้งรับ….เพื่อรอสวนกลับ ไม่น่าจะเป็นทางออกที่มาเล่นแดงเดือดแล้วคุณอยากชนะ

โอเค…ก่อนเกม "ปีศาจแดง" เหนือกว่าด้วยฟอร์มนั้นก็เลยไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไรวงการลูกหนังบ้านเรา บรรดาเซียน เกจิ ต่างพากันถือหางแมนฯยูฯ มากยิ่งกว่าลิเวอร์พูล กระทั่งตัวผมเองยังเห็นว่า ช่องทางกลับบ้านมือเปล่ามีสูง เต็มกำลังก็เสมอ
นักเตะชุด 11 คนแรกผ่านการกลั่นกรองจาก มู มาแล้วเพื่อเจอลิเวอร์พูลในระบบ 4-3-3 โดยเฉพาะ มาร์กสิยาล, อิบรา, มคิทาร์ยาน เป็นสามแนวรุกด้านหน้า คาร์ริค, เอรรา, ป๊อกบา เป็นสามดินแดนกลาง ข้างหลัง โรโฮ กลับมาฟิตทันคู่ ฟิล โจนส์ แบกซ้ายเปลี่ยนแปลง ดาร์ภรรยาน ลงเล่น
ในขณะที่ เจอร คลอปป์ ไม่ใช่ ดาเนียล สเตอริดจ์ อย่างที่คาดการณ์กัน โอริกิ, ฟีร์มีโน รวมทั้ง ลัลลานา ยืนสามแนวรุก เนื่องจากเขาอยากใช้ดินแดนกลางสู้ การมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาช่วยดินแดนกลางทำให้ เอมเร ระเบียง กับ จินี ไวนัลดุ้ม มองดำเนินการง่ายขึ้น
ระบบการเล่นออก 4-3-3 แต่ว่าแทกตำหนิที่ใช้เป็นรับแล้วรอสวน ไล่เพรสสิง ดินแดนหน้าบ้างตามจังหวะ เพรสสิงดินแดนกลางบ้าง ถอยคุมโซน อันนี้ส่วนมาก รอแมนฯยูฯ พลาด เกมในช่วงหลังช่วง 25 นาทีแรกก็เลยออกแทรก

กระทั่งความผิดพลาดอย่างไม่น่าเชื่อของ ปอล ป๊อกบา ที่ทำแฮนด์บอล เลยโดน ไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าจุดโทษ เนื่องจากมันต่อหน้าต่อตา ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ รวมทั้งใสสะอาด มิลเนอร์ รับสังหารไม่พลาดเป้า นี่ก็ 10 ประตู เข้าไปแล้ว
หงส์นำ 1-0 นาทีที่ 27 นั่นยิ่งทำให้การครอบครองบอลของปีศาจแดงมีมากยิ่งกว่า แต่ว่ายิงจังหวะแรกเข้ากรอบเป็นช่วงท้ายครึ่งแรกโน่น ฟรีคิกของ สลาตัน อิบราฮิโมวิช แต่ว่าวันนี้ มินโญเลต์ หรือ มินนี ดันผีเข้า
เซฟลูกยากได้…และจังหวะหลุดลำพังของพี่ชาย มิคกี้ ที่ยิง ติดมือเขาออกไป
การคุมจุดโทษ ป้องกันฟรีคิกรวมทั้งเตะมุม มินนี ทำได้ดีพอสมควร ไม่มีลูกเหวอ หรือโฉ่งฉ่าง ทดลองกลับกันหากเป็น ไอ้หล้อ ค้างริอุส ผมว่าน่าจะโดนลงโทษ ซึ่ง ค้างริอุส จำต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับบอลอังกฤษ อีกสักพักใหญ่ๆอย่างต่ำอาจจะหนึ่งซีซั่นนี้มิโญเลต์ ทำให้หงส์ไม่โดนตีเสมอในครึ่งแรก
ช่วงหลัง มูรินโญ ตกลงใจเปลี่ยนแปลง คาร์ริค ออก ใช้ เวย์น รูนีย์ ลงในสนาม แล้วถอน ป๊อกบา ต่ำมายืนกลางกลับ เอรรา ปรับระบบ 4-2-3-1 มีตัวรุกช่วยเหลือ อิบรา มากขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ อิบรา ไม่ได้บอลมากมายเท่าที่ควร เขาจำต้องถอนต่ำมาหาช่องทางเล่นเอง ซึ่งทำได้ดีด้วย ในจังหวะให้บอล แม่นรวมทั้งเป็นต่อ ก็แค่จังหวะท้ายที่สุดผีไม่คมในเกมนี้ บอลผ่านหน้าปรีะตูไปๆมาๆ
ถามว่าเกมออกแทรก และไม่ห่างกันมากมาย ตามแทกติเตียนกที่ หงส์ รับคุมโซน ผีพยายามเดินเกมรุก โดยเฉพาะช่วงนาทีที่ 50-60 บีบคั้นหงส์ได้มาก เกมรุกของหงส์นั้นไม่ก้าวหน้า แทบจะไม่ได้โต้เลยนะครับ จน คูติเตียนนโญ ลงมานั่นแหละที่ ผี บุกไม่ได้
แถมการเปลี่ยน มาต้า ลงมาทำให้เกมผีแผ่วไปเลย เปลี่ยนเป็นหงส์ได้เล่นบอลมากขึ้น คุมเกมมากขึ้น แถมมีจังหวะโต้ งามๆสองสามครั้ง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ความไม่เยี่ยม ไม่ละเอียดในการรับส่งบอล ดันมาเกิดขึ้น
ทั้งที่ดินแดนกลางนั้น ป๊อกบา เล่นต่ำลงยิ่งกว่ามาตรฐาน เปลี่ยนเป็นส่วนเกินของแทกติเตียนกนัดหมายนี้ เล่นไม่ได้เลย พยายามครอบครองบอลก็โดนรุมแย่ง จ่ายบอลขาดๆเกิน หมดคุณประโยชน์นานถึง 15 นาที เกมแมนฯยูฯ ไม่ก้าวหน้ามากยิ่งกว่าต้นช่วงหลัง
จน มูรินโญ จำต้องใช้ทีเด็ด ลูกโด่งของ เฟลไลนี ลงมาช่วง 15 นาทีท้ายที่สุด ถอด ดาร์ภรรยาน ออก รวมทั้งบอมบ์ลูกโด่ง เพื่อบีบคั้นกองหลังหงส์ให้พลาด ซึ่ง ณ จุดนี้ ตั้งแต่มองหงส์ปีนี้มา ทุกนัดหมาย ใน 21 นัดหมาย เมื่อใดก็ตามที่กองหลัง เกมรับโดนบีบคั้น
ทั้งเสียแบบมีเหตุมีผลรวมทั้งไม่มีเหตุผล เสมือนเกมปัจจุบันที่ คลอปป์? พยายาม รักษาพื่นที่แล้วรอสวน แต่ว่าสวนไม่ได้ เนื่องจากบอลไม่แม่น ไม่คมพอ ทำให้โดนบีบคั้นให้รับมือกับลูกโด่ง ผีจะออกข้าง เน้นฝั่ง วาเลนเซีย ที่เร็ว รวมทั้งเปิดบอลเข้าไปบีบกองหลังหงส์ยืนห่างสักก้าวสองก้าว เดี๋ยวรู้่เรื่อง

จริงๆนะครับ..ประตูตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 84 มันมีเหตุมีผลในการเสียรวมทั้งมาจากความหละหลวมในการคุ้มครองของหงส์แดง
คลาวาน เกาะติด เฟลไลนี ห่าง ทั้งที่ทราบว่าหมอนี่ สูง แต่ว่ายืนห่าง ยิ่งทำให้ป้องกันยาก เฟลไลนี โหม่งบอลสะบัดไปชนเสา หลุดไปเข้าทาง วาเลนเซีย ที่ถึงบอลก่อน จินี ไวนัลดุ้ม ซะอีก ขอบเส้นหลังแล้วความนิ่งของ วาเลนเซีย ทำให้เขาหยอดเข้าพบ อิบรา
ความเก่งกล้าของ อิบรา เป็นย่อตัวโหม่งให้โด่งรวมทั้งห้อย เนื่องจากจังหวะนั้น กองหลังกับประตู หงส์แดง ยืนกันมั่วไปหมด รวมทั้งตรงนั้นแค่ 10 หลา ความกว้างของประตูมีเยอะ การโหม่งห้อยของเขา มันเป็นการได้เปรียบ ณ จุดนั้น
คิดอะไรไม่ออกบอก อิบรา ชั่วโมงนี้ เขาเป็นคนที่ช่วยวินิจฉัยประตูสำคัญให้ผี ด้วยความสามารถส่วนตัวของเขาเอง
1-1 เวลานี้ ยังมีเวลาให้แมนฯยูฯ คิดชนะได้เลย รวมทั้งพวกเขาก็จำต้องเสี่ยงกับการโดนสวนกลับ ซึ่งก็โดนจริงๆด้วย แต่ว่า จินี ที่รับบอลในจุดโทษจาก เอมเร ระเบียง ดันส่งกลับ เดเคอา สงสัย มึนกับเกมมั้งนะครับไม่น่าจะเรียกว่ายิงประตู มันเป็นการส่งกลับ เดเคอา มากยิ่งกว่า
ผลเสมอ 1-1 มูรินโญ ไม่ชอบใจอีกแบบเนื่องจากเป้าหมายเกมนี้เป็นชนะ ในขณะที่ คลอปป์ ไม่ชอบใจอีกแบบเนื่องจากแทกติเตียนกของเขาวางมาแล้วเล่นใช้ได้ ในแง่ที่ทำลายเกมแมนฯยูฯ ได้เป็นส่วนมาก ลดช่องทางของ อิบรา รวมทั้ง มิคกี้ ลง เพื่อกองหลังรับภาระน้อยสุด
มันใช่เลย….อิบรา กับ มิคกี้ ได้โอกาสน้อยมากในการลุ้นประตู แต่ว่าจุดที่แมนฯยูฯ ได้ประตูมาจาก ลูกโด่งที่มี เฟลไลนี นำทีมในจุดโทษ ไม่ใช่อันตรายจาก อิบรา รวมทั้ง มคิทาร์ยานคลอปป์ ก็เลยไม่ชอบใจกับผลเสมอ จากผลงานในสนามที่เขาเห็นว่าดีมากยิ่งกว่า
จุดนี้ผมเห็นด้วยกับ คลอปป์ การเล่นเกมตามแทกติเตียนกของหงส์แดง ทำได้ดีมากยิ่งกว่า ในรูปทรงของการรับแล้วรอสวน เล่นเพื่อทำลายประสิทธิภาพ อิบรา กับ มิคกี้ ซึ่งโดนตัดทิ้งไปจากเกม ซะเป็นส่วนมาก
ก็แค่สิ่งที่เห็นชัดเป็น หากมุ่งหวังว่าจะชนะ แมนฯยูฯ ให้ได้ หงส์แดงควรมีความเยี่ยมในการเล่นมากยิ่งกว่านี้
เอมเร ระเบียง ….ยังมั่วๆซั่วๆอย่างเดิม เลี้ยงติด ส่งผิดจังหวะ เล่นบอลไม่เข้ากันสหาย เฮนโด ให้อภัยเ้พราะหายกลับมา แต่ว่ามีส่วนในเกมเยอะ จินี ไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด ด้านหน้า โอริกิ นี่หนักเลย บุกได้น้อย
เป็นทีมคลอปป์ เบรกและลดประสิทธิภาพนักเตะผีได้ดิบได้ดีพอประมาณ แต่ว่าเมื่อนึกถึงการเล่นเกมรุก กลับขาดประสิทธิภาพไป หลายๆคนบ่นถึง มาเน ซึ่งแน่ๆ ผมเห็นด้วย หากมี มาเน่ อยู่ ประสิทธิภาพเกมรุกจะดีมากยิ่งกว่านี้ ด้วยเนื่องจาก อดัม ลัลลานา จะลงมาเล่นดินแดนกลาง เอมเร ระเบียง จะเป็นผู้เล่นสำรองแต่ว่าไม่เป็นประโยชน์ไปนึกถึงนักเตะที่ไม่ได้ลงในสนาม
ทีมคลอปป์ เล่นได้ตามแทกติเตียนกของเขา แต่ว่ามันไม่ดีพอที่จะชนะแมนฯยูไนเต็ด ที่ฟอร์มรุนแรงได้ แม้ มูรินโญ จะพยายามบอกหลังเกมว่า ผีบุก หงส์ รับ เขาอาจจะลืมหรือมองข้ามไปว่าเมื่อต้นซีซั่นที่แอนฟิลด์แมนฯยูฯ รับแบบหยุดรถบัสในช่วงหลังเลยด้วยซำ้ เพื่อลดประสิทธิภาพของ มาเน, ฟีร์มีโน, คูติเตียนนโญไม่ว่าอะไรก็ตาม ทั้งคู่ทีมไม่ดีพอที่จะเอาชนะซึ่งกันและกัน
แฟนบอลุ้นกันเครียดเนื่องจากกลัวเสียประตู กลัวแพ้ ในแต่ละครั้งที่ขึ้นบอล แต่ว่าเรื่องจริง มันเป็นเกมที่ไม่มีคุณภาพอะไร เสมือนที่ มูรินโญ บอก หากเรานับจังหวะการส่งบอล ผิดพลาด, การเลี้ยงที่ไม่กินตัวกันง่ายๆ
ไม่ใช่เกมที่มีคุณภาพฟุตบอล แต่ว่าเป็นเกมที่สนุกสนานในความหมายของแดงเดือด เนื่องจากบอลไปเร็ว สองทีมเปลี่ยนกันแทงอลในดินแดนกลางด้วยซ้ำ ไม่เสมือนแดงเดือด สมัย มอยส์, ฟาน กัล ที่ขาดความเร้าใจในเกมภายหลังแบ่งแต้มกันทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ลดช่องว่างกับกลุ่มนำไม่ได้ยังอยู่ที่ 6